เริ่มเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน

การเพาะ เห็ดนางฟ้าภูฐาน นั้นหลายคนกำลังหาข้อมูลหรือแหล่งของกลุ่มคนที่เพาะ

เห็ดและประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจ แต่ข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องทำการค้นหาคือ

อินเตอร์เน็ต หาง่าย สุดๆแล้วครับ โดยส่วนตัวผมก็ค้นหาทางเน็ตเนี่ยล่ะครับ โดยเริ่มที่

หาเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฐานวิธีทำเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฐานการดูแลเบื้องต้น ต่าง ๆ ศัตรูพืช ได้

ข้อมูลครบแล้ว เราก็มาเริ่มกันเลยครับ

 

1. เตรียมพื้นที่การเลี้ยงเห็ดนางฟ้าภูฐาน จะปลูกที่เลี้ยงรูปแบบไหนก็ได้ หลังคาจาก หลังคากระเบื้อง ได้หมดครับ

2. ทำแผงเรียงเห็ด โดยทำเป็นรูปตัว A จะทำด้วยไม้อะไรก็ได้ หรือเหล็ก ขอให้มั่นคงเพราะต้องอยู่กับเรานาน

3. ได้เชื้อเห็ดนางฟ้าภูฐาน จากแหล่งไหนก็ตาม นำเอามาเรียงไว้ที่แผงเห็ดที่ทำไว้ บ่มเชื้อทิ้งไว้ จนกว่าเชื้อเห็ดจะเดินขาวเต็มก้อน

โดยไม่ต้องรดน้ำ

4. เห็ดต้องการแสงน้อย เราต้องนำสแลนสีดำ มาล้อมรอบ บริเวณ โรงเห็ดไว้ หรือจะำทำวิธีไหนก็ได้เพื่อหรี่แสงจากภายนอกลง แต่ไม่

ควรมืดเกินไป

5. หลังจากนั้นก็รอให้เชื้อเห็ดเดินเต็มก้อน ก็เปิดปากถุงแล้วเอาสำลีออก จากนั้นรดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 7 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก มา

ให้เก็บกันครับ

ส่วนราคาขายก็ตกประมาณ 50-70 บาท ต่อกิโล เก็บดอกเห็ดได้ประมาณ 4-5 เดือน แล้วแต่การดูแล และการติดเชื้อของเชื้อเห็ด

สรุปแล้วก็คุ้มกับการลงทุนครับ ไม่มากแต่กำไรงามพอตัวเลยทีเดียว แล้วยิ่งถ้ากระแสกินเห็ดมาแรง ด้วยที่ว่าประโยชน์ต่าง ๆ แล้วด้วย

เนี่ย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องตลาดเลยครับ ถ้าเราขายไม่แพง ย่อมต้องมีคนมาซื้อแน่นอน ดังนั้นตลาดยังอีกกว้างครับสำหรับเห็ดนางฟ้า

ภูฐาน

จำหน่าย ผลิต ขาย เห็ดนางฟ้าภูฐาน หัวเชื้อเห็ด ราคาถูก ปลีก ส่ง

ติดต่อได้ที่เบอร์ 081-0111375 อยู่จังหวัด สมุทรสาคร

เห็ดนางฟ้ามีรูปพรรณลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดนางรม เห็ดทั้งสองชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ (family) เดียวกัน    ชื่อ “เห็ดนางฟ้า” เป็นชื่อที่

ตั้งขึ้นในเมืองไทย คนไทยบางคนเรียกว่าเห็ดแขก เนื่องจากมีผู้เจอะเจอเห็ดนี้ครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย พบขึ้นตามธรรมชาติบนตอไม้

เนื้ออ่อนที่กำลังผุ ในแถบเมืองแจมมู (Jammu) แถบเชิงเขาหิมาลัย ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Pleurotus sajor-caju (Fr.) Singer

เห็ดนางฟ้าถูกนำไปเลี้ยงดูในอาหารวุ้นเป็นครั้งแรกโดย Jandaik ในปี ค.ศ. 1947 ต่อมา Rangaswami และ Nadu แห่ง

Agricultural University, Coimbattore ในอินเดียเป็นผู้นำเชื้อบริสุทธิ์ผุดผ่องของเห็ดนางฟ้าเข้ามาฝากไว้ที่ American

Type Culture Collection (ATCC) ในอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1975 ได้ทราบว่าประมาณปี ค.ศ. 1977 ทางกองวิจัยโรคพืช กรม

วิชาการเกษตร เป็นผู้นำเชื้อจาก ATCC เข้ามาประเทศไทยเพื่อทดสอบเพาะดู ปรากฏว่าสามารถเจริญงอกงามได้ดี
อีกสายพันธุ์หนึ่ง เป็นเห็ดที่มีผู้นำเข้ามาจากประเทศภูฐาน มาเผยแพร่แก่นักเพาะเห็ดไทย ได้มีการเรียกชื่อเห็ดนี้ว่า เห็ดนางฟ้าภูฐาน

มีหลายสายพันธุ์ซึ่งชอบอุณหภูมิที่แตกต่างกัน บางพันธุ์ออกได้ดีในฤดูร้อน บ้างพันธุ์ออกได้ดีในฤดูหนาว เป็นที่นิยมมาเพาะเป็นการ

ค้าขายกันมาก

ลักษณะของดอกเห็ดนางฟ้า มีรูปพรรณละม้ายคล้ายคลึงกับดอกเห็ดเป๋าฮื้อ และดอกเห็ดนางรม เมื่อเทียบเคียงกับเห็ดเป๋าฮื้อ ดอกเห็ด

นางฟ้าสีจะอ่อนกว่า และมีครีบอยู่ชิดกันมากกว่า เห็ดนางฟ้าสามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นนานได้หลายวัน เช่นเดียวกับเห็ดเป๋าฮื้อ

เนื่องจากเห็ดชนิดนี้ไม่มีการย่อตัวเหมือนกับเห็ดนางรม ด้านบนของดอกจะมีสีนวลๆ ถึงสีน้ำตาลอ่อน ในอินเดียดอกเห็ดมีขนาดตั้งแต่

5 – 14 เซนติเมตร และจะมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 30 – 120 กรัม เห็ดนางฟ้ามีรสชาดอร่อย เวลานำไปปรุงอาหารการกินจะมีกลิ่นชวนน่า

รับประทาน เห็ดชนิดนี้สามารถนำไปตากแห้ง เก็บไว้เป็นอาหารได้ เมื่อจะนำเห็ดมาปรุงอาหาร ก็นำไปแช่น้ำเห็ดจะคืนรูปเดิมได้
======================================================